มาตรฐานเชื้อ Salmonella ในน้ำของประเทศไทย : ความปลอดภัยและข้อกำหนดตามกฎหมาย
Salmonella spp. เป็นเชื้อแบคทีเรียก่อโรคสำคัญที่พบในทางเดินอาหารของคนและสัตว์ สามารถปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำได้ผ่านระบบสุขาภิบาลที่ไม่เหมาะสม การรั่วไหลของน้ำเสีย การจัดการฟาร์มปศุสัตว์ และการระบายสิ่งปฏิกูลลงสู่สิ่งแวดล้อม เชื้อนี้มีความสำคัญทางสาธารณสุข เนื่องจากก่อให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ ท้องร่วง อาเจียน ปวดท้อง และบางสายพันธุ์ เช่น Salmonella Typhi ทำให้เกิดโรคไข้ไทฟอยด์ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นโลหิตเป็นพิษได้
ประเทศไทยจึงมีการกำหนดมาตรฐานคุณภาพน้ำในหลายประเภท โดยเฉพาะน้ำดื่มซึ่งต้องปลอดภัยสูงสุด ในบทความนี้จะสรุป มาตรฐานด้าน Salmonella ใน น้ำดื่ม น้ำบาดาล และน้ำผิวดิน ตามกฎหมายและมาตรฐานที่ใช้ในประเทศไทยปัจจุบัน
1. มาตรฐาน Salmonella ในน้ำดื่มของประเทศไทย
น้ำดื่มจัดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องมีความปลอดภัยสูงที่สุด มาตรฐานไทยกำหนดอย่างชัดเจนว่าเชื้อที่ก่อโรค (pathogenic microorganisms) ต้อง ไม่พบ โดยเฉพาะ Salmonella spp.
ข้อกำหนดตามคู่มือมาตรฐานน้ำดื่มประเทศไทย (กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์)
- Salmonella spp. ต้องไม่พบใน 100 มิลลิลิตรน้ำดื่ม
เอกสารระบุว่าเชื้อนี้เป็นสาเหตุสำคัญของโรคอาหารเป็นพิษและไข้ไทฟอยด์ จึงต้องควบคุมอย่างเคร่งครัด โดยอาศัยระบบกรองและกระบวนการฆ่าเชื้อ เช่น คลอรีน โอโซน ยูวี และการกรองระดับ ultrafiltration หรือ reverse osmosis
มาตรฐานนี้ครอบคลุม :
- น้ำดื่มบรรจุขวด
- น้ำจากตู้น้ำดื่มอัตโนมัติ
- น้ำประปาที่ใช้บริโภค (ตามมาตรฐาน PWA และ MWA)
ทุกระบบต้องมีผลตรวจ Salmonella = ไม่พบ
2. มาตรฐาน Salmonella ในน้ำบาดาล
น้ำบาดาลในประเทศไทยถูกกำกับโดย คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ผ่านประกาศมาตรฐานคุณภาพน้ำใต้ดิน รวมถึงประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ข้อเท็จจริงสำคัญคือ : มาตรฐานน้ำบาดาลของไทย “ไม่ระบุ Salmonella เป็นตัวเฉพาะเจาะจง”
แทนที่จะกำหนดชื่อเชื้อเฉพาะ มาตรฐานจะกำหนดเป็นกลุ่ม เช่น
- แบคทีเรียทั้งหมด (Total bacteria)
- โคลิฟอร์ม และ E. coli เป็นตัวบ่งชี้การปนเปื้อนอุจจาระ
- ค่า DO, BOD, โลหะหนัก, ไนเตรต/ไนไตรท์ เป็นต้น
เหตุผลที่ไม่กำหนด Salmonella โดยตรง:
- น้ำบาดาลส่วนใหญ่ถูกใช้ผ่านระบบผลิตน้ำดื่ม (จึงถูกกำหนดอีกชั้นโดยมาตรฐานน้ำดื่ม)
- หากน้ำบาดาลใช้ “บริโภคโดยตรง” ต้องนำไปตรวจตามประกาศน้ำดื่ม ซึ่งกำหนดว่า Salmonella ต้องไม่พบ
ดังนั้น หากน้ำบาดาลถูกใช้เพื่อผลิตน้ำดื่มหรือใช้อุปโภคบริโภคในชุมชน ต้องเทียบตามมาตรฐานน้ำดื่มของ อย./กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
สรุป : ไม่มีค่า Salmonella ระบุในมาตรฐานน้ำบาดาล
หากต้องการใช้บริโภค → ต้องไม่พบ Salmonella เช่นเดียวกับน้ำดื่ม
3. มาตรฐาน Salmonella
ในน้ำผิวดินของประเทศไทย
น้ำผิวดิน เช่น แม่น้ำ ลำคลอง อ่างเก็บน้ำ ถูกกำกับโดย ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ประกาศฉบับที่ 8 พ.ศ. 2537) ว่าด้วยมาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดิน แบ่งคุณภาพน้ำออกเป็น 5 ประเภทตามการใช้งาน
แม้มาตรฐานน้ำผิวดินไทยจะกำหนดหลายค่าทางเคมีและจุลชีววิทยา เช่น
- โคลิฟอร์ม (Total coliforms)
- ฟีคัลโคลิฟอร์ม
- DO, BOD
แต่ ไม่ได้กำหนดให้ตรวจ Salmonella เป็นตัวเฉพาะ เช่นเดียวกับน้ำบาดาล
เหตุผล:
- น้ำผิวดินไม่ได้ใช้บริโภคโดยตรง
- คุณภาพน้ำผิวดินถูกควบคุมผ่าน indicator organism เช่น E. coli และฟีคัลโคลิฟอร์ม
- หากนำไปใช้ผลิตน้ำดื่ม → ต้องตรวจตามมาตรฐานน้ำดื่ม ซึ่งกำหนดว่า “ไม่พบ Salmonella”
ดังนั้น น้ำผิวดิน “ไม่มีเกณฑ์ Salmonella เฉพาะ”
หากนำน้ำผิวดินมาผลิตเป็นน้ำดื่ม → ต้องไม่พบ Salmonella ตามกฎหมายไทย
4. ความหมายทางสาธารณสุขของการกำหนดมาตรฐานเช่นนี้
แม้ว่าน้ำบาดาลและน้ำผิวดินจะ “ไม่กำหนดค่ามาตรฐาน Salmonella เฉพาะ” แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอนุญาตให้พบเชื้อในน้ำดิบ การควบคุมถูกออกแบบตามหลักดังนี้ :
1) ใช้ indicator organisms แทนการตรวจเชื้อก่อโรคทุกชนิด
การตรวจเชื้อก่อโรคแบบเจาะจง (เช่น Salmonella, Shigella, Vibrio) ทำได้ยากและใช้เวลานาน จึงนิยมใช้ตัวชี้วัด เช่น
- Total coliforms
- Fecal coliforms
- E. coli
ค่าเหล่านี้สูง → มีความเสี่ยงสูงว่ามี Salmonella ปะปนอยู่
2) สำหรับน้ำที่ใช้บริโภค → ต้องตรวจ Salmonella เฉพาะ
น้ำที่เข้าสู่ระบบบริโภคต้องมีความปลอดภัยสูงสุดตามกฎหมายและถือเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร (ตามมาตราอาหารของ อย.) จึงกำหนดว่า:
“Salmonella spp. ต้องไม่พบใน 100 มิลลิลิตร”
3) สำหรับน้ำจากสิ่งแวดล้อม → เน้นการประเมินคุณภาพเชิงระบบ
ในน้ำผิวดินและน้ำบาดาล เน้นประเมินคุณภาพภาพรวม rather than ตรวจเชื้อก่อโรคทุกชนิด เพราะเป้าหมายของมาตรฐานเน้นด้านสิ่งแวดล้อมมากกว่าด้านอาหาร
สรุป
ประเภทน้ำ | กำหนด Salmonella? | ข้อกำหนด |
น้ำดื่ม / น้ำบรรจุขวด / น้ำประปาเพื่อบริโภค | ✔ กำหนด | ต้องไม่พบใน 100 mL |
น้ำบาดาล (ตามมาตรฐานประเทศ) | ✘ ไม่กำหนดโดยเฉพาะ | ใช้ indicator เช่น coliforms หากใช้บริโภคต้องไม่พบ Salmonella ตามเกณฑ์น้ำดื่ม |
น้ำผิวดิน (แหล่งน้ำธรรมชาติ) | ✘ ไม่กำหนดโดยเฉพาะ | ควบคุมด้วยค่า coliforms หากนำผลิตน้ำดื่ม → ต้องไม่พบ Salmonella |
กล่าวสรุปคือทุกประเภทของน้ำที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภค ของมนุษย์ และสัตว์ ล้วนกำหนดให้ต้องไม่พบ Salmonella การตรวจสอบเชื้อจึงเป็นขั้นตอนสำคัญในการประเมินคุณภาพน้ำ โดยผู้ประกอบการ ผู้ดูแลระบบน้ำที่เกี่ยวข้อง ควรดำเนินการตรวจสอบตามระยะเวลาและมาตรฐานที่กำหนด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคสู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยศูนย์ชันสูตรโรคสัตว์กำแพงแสน ให้บริการการตรวจคุณภาพน้ำด้านจุลินทรีย์และเคมี และมีแผนในการขอการรับรอง ISO/IEC 17025 เรื่องการตรวจ Salmonella spp. ในน้ำ ทั้งนี้ห้องปฏิบัติการคุณภาพน้ำและความปลอดภัยทางอาหารได้ผ่านการเข้าร่วมทดสอบความชำนาญเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
อ้างอิง
- กรมควบคุมมลพิษ (2537). ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เรื่อง กำหนดมาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดิน พ.ศ. 2535. ฉบับที่ 8. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.
- กรมควบคุมมลพิษ (2551) ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และมาตรการในทางวิชาการสำหรับการป้องกันด้านสาธารณะสุขและการป้องกันในเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนพิเศษ 85 ง.
- กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์. (2565). แนวทางการเฝ้าระวังเชื้อแบคทีเรียก่อโรคในน้ำและอาหาร. กระทรวงสาธารณสุข.
- กรมอนามัย. (2563). ประกาศกรมอนามัย เรื่อง เกณฑ์เสนอแนะคุณภาพน้ำบริโภคเพื่อการเฝ้าระวัง (2563) กระทรวงสาธารณสุข.
- กระทรวงสาธารณสุข. (พ.ศ. 2527). ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 78 (พ.ศ. 2527) เรื่อง น้ำแข็ง. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 101 ตอนที่ 23.
- กระทรวงสาธารณสุข (2550). คำแนะนำของคณะกรรมการสาธารณสุข เรื่อง การควบคุมการประกอบกิจการสระว่ายน้ำ หรือกิจการอื่นๆในทำนองเดียวกัน. กระทรวงสาธารณสุข.
- กระทรวงสาธารณสุข. (พ.ศ. 2563). ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 416 (พ.ศ. 2563) เรื่อง กําหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน หลักเกณฑ์เงื่อนไข และวิธีการในการตรวจวิเคราะห์ ของอาหารด้านจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 137 ตอนพิเศษ 237 ง.
- ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (2556). เรื่องคำชี้แจงประกาศกระทรวงสาธารณสุข(ฉบับที่ 362) เรื่อง น้ำบริโภคจากตู้กดน้ำดื่มอัตโนมัติ. กระทรวงสาธารณสุข.
9. สำนักคุณภาพและความปลอดภัยทางอาหาร คู่มือมาตรฐานน้ำดื่มประเทศไทย (2562) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

